ยารักษาเก๊าท์ สมุนไพรจีนรักษารูมาตอยด์

 

ยารักษาเก๊าท์ สมุนไพรจีนรักษารูมาตอยด์

 

 ยารักษาโรคเก๊าท์ แก้เก๊าท์ ปวดข้อ ปวดกระดูก ปวดขา ปวดเอว ปวดคอ ปวดหลัง โรครูมาติซั่ม รูมาตอยด์ กระดูกงอกตามอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทาน ยาเกร็กซี เกร็กซี

1 กล่อง มี 10 แคปซูล 290 บาท

3 กล่อง 30 แคปซูล 850 บาท

6 กล่อง 60 แคปซูล 1600 บาท

                          เกร็กซีมีสรรพคุณ

 

 

มีบริการส่งด่วนเขตกรุงเทพ/ปทุม และส่งเคอรี่จ่ายปลายทางได้เลยค่ะ

โทร 081-9140148 (AIS), 089-6998704 (DTAC)

มีสารตะกั่วที่มีมากในพืชและสัตว์กินพืชกรดการออกกำลังกายสร้างกรดอะมิโนหรือริ้วรอยจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ไตและอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการปวดข้อและโรคที่แทรกแซงในนิรันดร์ในทางเดินปัสสาวะกระดูกพรุน มีอาการปวดเมื่อยตามปกติ กลับเดินไม่ได้มีอาการเป็นแบบนี้เวลาเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน หรือเป็นปีก็ได้ ซึ่งอาการปวดอาจจะเป็นข้อเดียวหรือหลายข้อพร้อมกันก็ได้ ข้อที่เป็นบ่อย เช่น ข้อเท้า ข้อหัวแม่เท้า หรือข้อหัวเข่า เนื่องจากอาการปวดตามข้อแล้ว อาจจะมีอาการของนิ่วในทางเดินปัสสาวะ มีไข้ หนาวสั่น ใจสั่นอ่อนเพลีย หรือเบื่ออาหารร่วมด้วย

โรคเก๊าท์มักจะอยู่คู่กับ

1. โรคความดันโลหิตสูง

2.โรคเบาหวาน

3. โรคระบบหลอดเลือดหัวใจ

4. โรคไต

ทั้ง นี้เนื่องจากยาที่ใช้ในการรักษา เช่น ยาขับปัสสาวะ

ที่ใช้ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง แอลไฟรินที่ใช้ในผู้ป่วย

โรคหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น จะยับยั้งกระบวนการ

ขับยูริคออกจากร่างกายและทำให้ไตเสื่อมลงอย่างรวด

เร็ว ผลที่ตามมาคือการขับกรดยูริคน้อยลง จึงเพิ่มความ

รุนแรงของโรคเก๊าท์

วิธีการรักษาแบบองค์รวมของการแพทย์จีน

ขจัดพิษของลมและร้อน-ชื้น ที่เป็นต้นเหตุสำคัญของ

โรคเก๊าท์ให้ออกร่างกายเพื่อหยุดยั้งการลุกลามของ

โรค สลายเลือดคลั่งบริเวณข้อ กระตุ้นการไหลเวียน

ของโลหิต เพื่อลดการอักเสบและการปวด จึงบรรเทา

อาการตึงร้อน บวมและแดงบริเวณข้อ ขับปัสสาวะเพื่อ

การขับกรดยูริคออกจากร่างกายให้มากขึ้น อาการของ

โรคเก๊าท์จึงค่อย ๆ ทุเลาลง หรืออาจหายไปในที่สุด

รักษากระดูกงอกตามอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย เช่น

กระดูกสันหลัวบริเวณเอวงอก เส้นเอ็น ไขสันหลังตีบ

รอบหัวไหล่อักเสบ กระดูกคออักเสบ โรครูมาทิสซัม

บำบัดให้ปุ่มกระดูกอ่อนตัวและหดเล็กลง จำกัดกระดูก

ส่วนเกินที่ไปกอทับเส้นประสาท และบำบัดส่วนที่ถูก

ทำลายให้กลับคืนสู่สภาพปกติ ไม่ทำลายตับไต และ

อวัยวะส่วนอื่น หรือสั่งซื้อเกร็กซีทานได้ค่ะ

วิธีใช้ : รับประทาน ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง

หลังอาหาร (เช้า-เย็น) พร้อมน้ำอุ่น

ตัวยาสำคัญ : ยูเฮียง, มุกเอี๊ยะ, แปะเจียก, เอียง ฮู ชู, ชำจิก, บักเอียง, อั๊งฮวย, อิกกิม, ตกอัวะ, งู่ฉิก และตัวยาอื่นๆ

ขนาดบรรจุ : บรรจุในแผงบริสเตอร์แพค แผงละ 10

แคปซูล 1 กล่องมี 3 แผง (30 แคปซูล)

คำเตือน : ผู้ที่เป็นหวัด และหญิงมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

โรคเก๊าท์ 

        ”โรคเก๊าท์” เป็นอาการผิดปกติของร่างกายอันเนื่องมาจากการกินชนิดอิ่มหมีพีมันเกินไป กินดีอยู่ดีเกินไป และไม่ค่อยไม่ออกกำลังกาย ส่วนใหญ่มักจะเกิดกับผู้ชายในวัยประมาณ 40 ปี แต่ถ้าเกิดในผู้หญิงมักจะพบในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนแล้ว

 

            สาเหตุของโรคเก๊าท์

 

 

        เกิดจากกระบวนการใช้ และขับถ่ายสารพวกพิวรีนของร่างกายผิดปกติไป พิวรีนเป็นธาตุอาหารที่พบได้ในเนื้อสัตว์ ข้าวสาลี เครื่องในสัตว์ (ตับ, เซี่ยงจี้) เป็นต้น ซึ่งจะถูกย่อยจนกลายเป็นกรดยูริค และจะขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ ในคนปกติกรดยูริคจะถูกสร้างขึ้นในอัตราช้าพอที่ไตจะขับออกได้หมดทันกับการสร้างขึ้นพอดี สำหรับบางรายที่กรดยูริคถูกสร้างขึ้น แต่ไตทำหน้าที่ขับถ่ายออกมาได้ช้า หรือเร็วก็ตามจะทำให้เกิดการสะสมของกรดยูริคมากขึ้นในร่างกาย เป็นสาเหตุให้เกิดการเจ็บปวดอย่างรุนแรงในข้อกระดูกหรือรอบ ๆ ข้อกระดูก โรคนี้สามารถถ่ายทอดกันได้ทางกรรมพันธุ์

 

เก๊าท์มีอาการอะไรบ้าง ?

เก๊าท์จะมีอาการร่วมกันหลายอย่างดังนี้

  1. เจาะเลือดพบกรดยูริคสูงกว่าปกติ ค่าปกติไม่เกิน 8 มก./ดล.
  2. ข้ออักเสบมีอาการปวด บวม แดงร้อนบริเวณข้อ มักเป็นรุนแรงเป็นๆ หายๆ เป็นได้กับทุกข้อ แต่พบมากที่ข้อหัวแม่เท้า
  3. พบนิ่วของระบบทางเดินปัสสาวะ
  4. พบก้อนขาวคล้ายหินปูนเรียกว่า โทไฟ (TOPHI) เกิดจากการสะสมของผลึกยูเรต (URATE) ซึ่งเกิดจากการตกตะกอนของกรดยูริค (URIC ACID) ในเนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น เส้นเอ็น กระดูกอ่อน (พบบ่อยที่หู) หรือตามข้อต่างๆ

ผู้ป่วยที่เป็นโรคเก๊าท์เกือบทุกราย จะมีกรดยูริคในเลือดสูงร่วมกับอาการดังกล่าวข้างต้น ผู้ที่เจาะเลือดแล้วพบว่ามีกรดยูริคในเลือดสูง แต่ไม่มีอาการปวดข้อ หรือเจาะข้อไม่พบผลึกของเกลือยูเรตในน้ำ และไขข้อไม่ควรเรียกว่า โรคเก๊าท์ อาจจะเป็นแค่กรดยูริคในเลือดสูงเท่านั้น

ทำอย่างไรจึงจะทราบว่าเป็นโรคเก๊าท์ ?

  1. เมื่อมีอาการปวดข้อควรไปพบแพทย์ เพื่อซักประวัติโดยอาศัยอาการหลายๆ อย่างร่วมกัน เช่น มีอาการอักเสบของข้ออย่างเฉียบพลัน มักเป็นที่หัวแม่เท้า เป็นๆ หายๆ พร้อมกับเจาะเลือดดูกรดยูริค ถ้าสูงมากกว่า 8 มก./ดล. ถือว่าผิดปกติ เมื่อให้ยาบางชนิดไปรับประทานอาการปวดข้อก็จะหายไปภายใน 48 ชั่วโมง
  2. เจาะน้ำไขข้อมาตรวจดูผลึกเกลือยูเรต (MONOSODIUM URATE)
  3. เอกซเรย์ข้อที่ปวด

 

โรคเก๊าท์รักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ?

โรคเก๊าท์รักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่สามารถควบคุมโรคนี้ได้ โดยการรักษาการอักเสบของข้อ พักการใช้ข้อที่ปวด พร้อมกับรับประทานยาป้องกันโรคแทรกซ้อนด้วยการควบคุมอาหาร รับประทานอาหารที่มีพิวรีนให้น้อยลง ในรายที่มีนิ่วของระบบทางเดินปัสสาวะ ต้องผ่าตัด และรับประทานยาตามแพทย์สั่ง

ถ้าไม่รักษาจะเกิดผลเสียอย่างไร? ถ้าไม่รักษาจะเกิดผลดังนี้

  1. ปวดข้อเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ ต้องทุกข์ทรมานจากการปวดข้อ
  2. ข้อพิการจากการมีผลึกยูเรตตามเนื้อเยื่อต่างๆ และตามข้อ ทำให้มีปุ่มก้อนตามตัว
  3. เกิดนิ่วของระบบทางเดินปัสสาวะและไตวายถึงแก่ชีวิตได้
  4. โรคหรือภาวะร่วมจะมีอาการรุนแรงมากขึ้น เช่น อ้วน ความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ

 

การรักษาโรคเก๊าท์ทำอย่างไร ?

ปัจจุบันมีการรักษาโรคเก๊าท์ ดังนี้

  1. ขั้นแรก ถ้ามีอาการอักเสบของข้อต้องรีบรักษาโดยให้ยาลดการอักเสบ
  2. ให้ยาลดกรดยูริคเพื่อป้องกันอาการกำเริบของข้ออักเสบ
  3. รักษาโรคหรือสภาวะร่วมที่อาจจะมี เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะกรดยูริคสูงขึ้น
  4. รักษาโรคหรือสภาวะร่วมที่อาจจะมี เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะกรดยูริคสูงขึ้น

เมื่อเป็นโรคเก๊าท์ควรปฏิบัติตนอย่างไร ?

ข้อควรปฏิบัติเมื่อเป็นโรคเก๊าท์หรือภาวะมีกรดยูริคในเลือดสูง

  1. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาล
  2. ควบคุมอาหารโดยงดรับประทานอาหารที่ทำให้กรดยูริคสูง เช่น เครื่องในสัตว์ทุกชนิด สัตว์ปีกทุกชนิด ยอดผักบางชนิด เช่น ยอดกระถิน ชะอม แตงกวา
  3. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และเบียร์ เพราะอาจจะทำให้การสร้างกรดยูริคสูงขึ้น และการขับถ่ายกรดยูริคทางไตน้อยลง

ปัจจัยกระตุ้นโรคเก๊าท์

  • กินอาหารชนิดที่มีสารพิวรีนมาก  เช่น  สัตว์ปีก  เครื่องในสัตว์
  • การดื่มเหล้าและเบียร์
  • ยาบางชนิด  เช่น ยาลดความดันโลหิตบางตัว  ทำให้กรดยูริคสูงในเลือด
  • ปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ  ได้แก่  บาดเจ็บ  หลังผ่าตัดใหม่ๆ  ความเครียด  เป็นต้น

 

การวินิจฉัย และการตรวจเพิ่มเติม

  • เจาะน้ำในข้อไปตรวจ   วิธีนี้นอกจากจะเป็นวิธีการตรวจยืนยันที่ดีที่สุดแล้ว  ยังช่วยวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆได้อีกด้วย
  • เจาะเลือดตรวจระดับกรดยูริคว่าสูงกว่าปกติหรือไม่
  • x-ray ข้อที่มีอาการปวด  เพื่อดูความผิดปกติในภาพรังสี

 

การป้องกันโรคเก๊าท์

  • หลีกเลี่ยงการดื่มเบียร์และเหล้า
  • ดื่มน้ำมากๆ
  • กินยาตามแพทย์สั่ง  ผู้ป่วยบางรายอาจต้องกินยาตลอดชีวิต
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารดังต่อไปนี้ :  หัวใจไก่  ตับไก่  กึ๋นไก่  เซ่งจี้หมู  ตับหมู  ไต  ตับอ่อน  มันสมองวัว  เนื้อไก่  เนื้อเป็ด  ห่าน  ไข่ปลา  ปลาดุก  ปลาไส้ตัน  ปลาอินทรีย์  ปลาซาร์ดีน  กุ้งชีแฮ้  หอย  น้ำสกัดเนื้อ   น้ำต้มกระดูก  น้ำซุปต่างๆ  ซุปก้อน  ยีสต์  เห็ด ถั่วดำ  ถั่วแดง  ถั่วเขียว  ถั่วเหลือง  กระถิน  ชะอิม  กะปิ

สรุป

เก๊าท์เป็นโรคปวดข้อชนิดหนึ่งสามารถถ่ายทอดได้ทางกรรมพันธุ์ รักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่สามารถควบคุมไม่ให้เกิดความพิการของข้อหรือนิ่วได้

 

โรครูมาตอยด์ เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาหายได้ ดังนั้นการรักษาทางการแพทย์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทว่านอกเหนือจากการใช้ยาแผนปัจจุบันแล้ว สมุนไพรก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้ควบคู่กันไปเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด และลดผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยา วันนี้กระปุกดอทคอมเลยหยิบเอา 10 สมุนไพรรักษาโรครูมาตอยด์มาบอกต่อ ใครที่กำลังป่วยด้วยโรคนี้หรือมีคนใกล้ชิดป่วยด้วยโรคนี้ ก็ลองเสาะหาสมุนไพรเหล่านี้ไปใช้กันได้ บอกเลยว่าไม่ใช่สมุนไพรที่หายากอะไรเลยล่ะค่ะ

ฟ้าทะลายโจร

 ฟ้าทะลายโจร

แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกขมกันแล้วใช่ไหม แต่สำหรับผู้ป่วยโรครูมาตอยด์แล้ว ฟ้าทะลายโจรถือเป็นสมุนไพรยอดคุณเลยเชียวล่ะ เพราะฟ้าทะลายโจรนั้นมีคุณสมบัติในการช่วยต้านการอักเสบ ต้านไวรัส ต้านอนุมูลอิสระ และต้านเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ซึ่งในอดีตมักถูกนำมาใช้ในการรักษาอาการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนบน หรือโรคติดเชื้อต่าง ๆ  นอกจากนี้การศึกษาอื่น ๆ แสดงให้เห็นอีกว่าฟ้าทะลายโจรสามารถรักษาอาการไข้หวัด โรคมะเร็ง หรือแม้แต่ช่วยในการรักษาผู้ติดเชื้อ HIV ได้อีกด้วย แต่ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดว่าสารตัวได้ที่อยู่ในฟ้าทะลายโจรที่มีคุณสมบัติเช่นนั้น

แต่ในการศึกษาในปี 2009 นั้นก็ทำให้เราได้ทราบกันว่าฟ้าทะลายโจรสามารถลดอาการบวมของข้อต่อและทำให้สามารถเคลื่อนไหวข้อต่อได้ง่ายขึ้น โดยในการวิจัยได้ให้ผู้ป่วยรับประทานฟ้าทะลายโจรวันละ 3 ครั้งติดต่อกัน 14 สัปดาห์ และพบว่าอาการปวดข้อและขยับร่างกายไม่สะดวกอันเนื่องมาจากโรครูมาตอยด์ลดลงได้อย่างน่าอัศจรรย์

ทั้งนี้การรักษาโรครูมาตอยด์ด้วยการใช้ฟ้าทะลายโจรนั้นก็ไม่จำเป็นต้องนำใบสดมาใช้เพียงอย่างเดียว เพราะในปัจจุบันฟ้าทะลายโจรนั้นมีทั้งแบบอัดเม็ดและแคปซูลให้เลือกได้ตามสะดวก แต่ก็ต้องระมัดระวังผลข้างเคียงในการใช้ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหัว อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ท้องเสีย มีอาการแพ้ หรือแม้แต่ลิ้นเปลี่ยนรสอีกด้วย

กำยาน

 กำยาน

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับกลิ่นหอม ๆ ของกำยาน แต่หารู้ไม่ว่าจริง ๆ แล้วสรรพคุณของกำยานนั้นมีมากกว่ากลิ่นนะคะ เพราะแพทย์อายุรเวทของอินเดียได้นำกำยานมาใช้เพื่อต้านการอักเสบมาตั้งแต่โบราณแล้ว โดยส่วนที่นำมาใช้นั่นก็คือยางจากเปลือกของต้นกำยานนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันเราก็ไม่จำเป็นต้องไปหาต้นกำยานให้ลำบาก เพราะตอนนี้เราสามารถหาสารสกัดจากกำยานในรูปแบบของแคปซูลอาหารเสริมหรือจะเป็นครีมทาได้แล้วค่ะ

สับปะรด

 สับปะรด

สับปะรดนั้นเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง แถมในแกนสับปะรดยังมีสารโบรมีเลน  (Bromelain) มีคุณสมบัติในการช่วยย่อยโปรตีนและต้านการอักเสบได้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะถูกนำมาใช้ลดการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ และเมื่อนำมาวิจัยและทดลองกับผู้ที่มีอาการข้ออักเสบนั้นก็พบว่าสามารถบรรเทาอาการได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

พริก

 พริก

พริกป่นมีคุณสมบัติที่รู้จักกันมาอย่างยาวนานนั่นก็คือการช่วยย่อยอาหาร แต่ก็มีการนำมารักษาอาการปวดอย่างกว้างขวางเช่นกัน เนื่องจากในพริกป่นมีสารแคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งปัจจุบันสารแคปไซซินนี้ก็ถูกสกัดมาใช้ในรูปแบบของครีมใช้ทาบรรเทาอาการปวด โดยล่าสุดศูนย์การแพทย์ Lagoneแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ได้ยืนยันว่าครีมที่มาจากสารแคปไซซิน สามารถบรรเทาการปวดจากโรคข้อเข่าเสื่อมรวมทั้งอาการปวดที่เกิดจากเนื้อเยื่อได้อีกด้วย มีประโยชน์จริง ๆ เลยว่าไหม

 เมล็ดขึ้นฉ่าย

เราอาจจะเคยได้ยินถึงประโยชน์ของขึ้นฉ่าย แต่จริง ๆ เมล็ดขึ้นฉ่ายนั้นถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคไข้หวัด อาหารไม่ย่อย รวมทั้งโรคไขข้อต่าง ๆ มานานนับพันปีแล้ว นอกจากนี้ยังนำมาใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ซึ่งล่าสุดก็ความเชื่อว่าเมล็ดขึ้นฉ่ายมีสรรพคุณอันทรงประสิทธิภาพในการรักษาอาการโรคไข้ข้ออักเสบ โรคเกาต์ รวมทั้งบรรเทาอาการของโรครูมาตอยด์ลงได้ และยังมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกว่ารากของขึ้นฉ่ายนั้นก็มีคุณสมบัติในการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและความดันโลหิตลงอีกด้วยค่ะ

ดอกคาโมมายล์

 ดอกคาโมมายล์

ดอกคาโมมายล์เป็นสมุนไพรโบราณที่ถูกหยิบมาใช้ในการรักษาอาการป่วยสารพัด ไม่เว้นแม้แต่การรักษาอาการอักเสบ ช่วยให้นอนหลับสบาย แก๊สในกระเพาะอาหาร หรือแม้แต่โรครูมาตอยด์ เนื่องจากสารสไปโรเอเทอร์ (Spiroether) หนึ่งในยาคลายการหดตัวของกล้ามเนื้อที่มีอยู่ในธรรมชาติ อันมีสรรพคุณในการรักษาอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ ซึ่งการรับประทานดอกคาโมมายล์นั้นก็สามารถเลือกรับประทานได้หลากหลายทั้งน้ำมันสกัด และชาดอกคาโมมายล์ จะเลือกใช้อย่างไรนั้นก็แล้วแต่จะสะดวกเลยค่ะ

 ขิง

ขิงเป็นสุดยอดสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาโรคสารพัดมานับกว่าพันปี ไม่ว่าจะเป็นโรคหวัด คลื่นไส้ ไมเกรน ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ หรือแม้แต่ความดันโลหิตสูง ทั้งนี้ ขิงยังมีคุณสมบัติเด่นในการช่วยลดอาการปวด ต้านการอักเสบและต้านสารอนุมูลอิสระ นอกจากนี้โรงเรียนแพทย์ในมหาวิทยาลัยไมอามี่ก็ยังได้ค้นพบอีกว่า การรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของขิง วันละ 2 ครั้งติดต่อกัน 3 เดือนยังช่วยให้อาการปวดของผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ลดลงและช่วยให้การทำงานของข้อต่อต่าง ๆ ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องให้แพทย์เป็นผู้กำหนดปริมาณการรับประทานจะดีกว่าเพื่อความปลอดภัย โดยสามารถรับประทานขิงทั้งแบบสด แบบอบแห้ง เป็นผงชงดื่ม หรือจะรับประทานแบบแคปซูลก็ดีทั้งนั้นเลยล่ะ

ชาเขียว

 ชาเขียว

ชาเป็นเครื่องดื่มที่คนเราดื่มมากที่สุดในโลกรองจากน้ำเปล่า โดยเฉพาะชาเขียวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแถบทวีปเอเชีย เนื่องจากรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ชาเขียวยังมีสรรพคุณทางยาช่วยบำรุงสุขภาพ ทั้งช่วยการทำงานของระบบย่อยอาหารและบำรุงหัวใจ ทั้งนี้การศึกษาจากศูนย์การแพทย์ในมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ก็ยังเปิดเผยให้ทราบอีกว่า ชาเขียวมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ และช่วยป้องการถูกทำลายของข้อต่าง ๆ ที่เกิดจากโรครูมาตอยด์ได้อีกด้วย แต่ก็ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนจะเริ่มดื่มชาเขียวนะคะ เพราะการดื่มมากเกินกว่าความต้องการของร่างกายในแต่ละคนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ท้องผูกได้ค่ะ

ขมิ้น

 ขมิ้น

ขมิ้นถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์มาตั้งแต่ 4,000 ปี โดยถูกนำมาใช้รักษาโรคหลากหลายรวมทั้งในเรื่องของระบบย่อยอาหารหรือแม้แต่รักษาความผิดปกติของตับ เป็นต้น ซึ่งจากการวิจัยพบว่า ขมิ้นมีฤทธิ์ในการลดการอักเสบ และสารเคอร์คูมินก็ยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย วิธีการรับประทานขมิ้นก็ไม่ยาก เพราะนอกจากจะรับประทานสด ๆ แล้ว ก็ยังสามารถนำแบบที่เป็นผงอบแห้งไปปรุงกับอาหาร หรือถ้าจะรับประทานเป็นอาหารเสริมก็สามารถเลือกรับประทานที่เป็นแคปซูลได้เช่นกันค่ะ

โรสแมรี

 โรสแมรี

สมุนไพรจากแถบเมดิเตอร์เรเนียนอย่างโรสแมรีนี้เป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้กันอย่างหลากหลายในวงการอาหารและเครื่องสำอางกันมานาน ทั้งที่จริงแล้วสมุนไพรชนิดนี้ก็มีประโยชน์ทางด้านการแพทย์ไม่แพ้สมุนไพรชนิดอื่น ๆ เลยเชียวล่ะ เพราะเจ้าโรสแมรีนี้มีคุณสมบัติช่วยในการบำรุงความจำ ลดอาการปวดของกล้ามเนื้อ และช่วยแก้ปัญหาอาหารไม่ย่อยได้

นอกจากนี้การทดลองในห้องปฏิบัติการยังพบว่าโรสแมรีมีคุณสมบัติในด้านการต้านอนุมูลอิสระได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ไม่ต้องหาแบบสด ๆ มารับประทานก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน เพราะมีเดี๋ยวนี้มีทั้งแบบเป็นแคปซูลและแบบน้ำมันที่สกัดมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสามารถรับประทานได้เลย แต่ถ้าจะนำโรสแมรีอบแห้งมารับประทาน ศูนย์การแพทย์ในมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ก็เตือนว่าไม่ควรรับประทานเกินวันละ 6 กรัมนะคะ

1 กล่อง มี 10 แคปซูล 290 บาท

3 กล่อง 30 แคปซูล 850 บาท

6 กล่อง 60 แคปซูล 1600 บาท

โทร.089-6998704(DTAC) , 081-9140148(AIS)

วันและเวลาจัดส่งสินค้า

วันจันทร์ – วันศุกร์เวลา 06.00-15.30 น. ส่งสินค้าเวลา 15.30-16.30 น. หลัง16.30-24.00 น. จัดส่งวันจันทร์ในสัปดาห์ถัดไปค่ะ

หยุด เสาร์-อาทิตย์ค่ะ 

 

 รับตัวแทนจำหน่ายยารักษาโรคเก๊าท์ ยาเกร็กซี เกร็กซี

สนใจติดต่อคุณนัน081-914-0148 (AIS), 089-699-8704 (DTAC) 

 

This entry was posted in ยาเกร็กซี and tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Comments are closed.