ยาเกร็กซี รักษาเก๊าท์ สมุนไพรจีนรักษารูมาตอยด์

 

ยาเกร็กซี รักษาเก๊าท์ สมุนไพรจีนรักษารูมาตอยด์

 

 ยารักษาโรคเก๊าท์ แก้เก๊าท์ ปวดข้อ ปวดกระดูก ปวดขา ปวดเอว ปวดคอ ปวดหลัง โรครูมาติซั่ม รูมาตอยด์ กระดูกงอกตามอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทาน ยาเกร็กซี เกร็กซี

                         

 

 เกร็กซีมีสรรพคุณ

ยาเกร็กซี เป็นยาสมุนไพรจีน สรรพคุณ : รักษาโรคเก๊าท์ รูมาติก รูมาตอยด์ ลดปวดข้อ ลดอาการปวดกระดูก กระดูกงอกตามอวัยวะตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ลดอาการปวดเอว ปวดคอ ปวดหลัง ปวดขา ปวดแขน ปวดเมื่อยตามร่างกาย

วิธีใช้ : รับประทาน ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง

หลังอาหาร (เช้า-เย็น) พร้อมน้ำอุ่น

ตัวยาสำคัญ : ยูเฮียง, มุกเอี๊ยะ, แปะเจียก, เอียง ฮู ชู, ชำจิก, บักเอียง, อั๊งฮวย, อิกกิม, ตกอัวะ, งู่ฉิก และตัวยาอื่นๆ

ขนาดบรรจุ : บรรจุในแผงบริสเตอร์แพค

-หยู่เฮียง หรือกำยานจีน เป็นยางไม้ (น้ำมัน) ที่ซึมไหลออกมาจากเปลือกของต้นกำยาน โดยมีสรรพคุณ ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี บรรเทาปวด และขับลมให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น ใช้บำบัดอาการเจ็บหน้าอก ปวดศีรษะ ไม่มีประจำเดือน ปวดประจำเดือน และบาดเจ็บ หกล้ม ฟกช้ำ อยู่เฮียงยังใช้แก้ปวดได้ผลดีอย่างเห็นได้ชัด

-แปะเจียก Baishao 白芍 สรรพคุณ:บำรุงเลือด ปรับประจำเดือน แก้ปวด หยุดเหงื่อ รสชาติและคุณสมบัติ:รสขม เปรี้ยว หวาน เย็นเล็กน้อย เข้าสู่เส้นลมปราณ:ตับ ม้าม

-อั่งฮวย Honghua 红花

ช่วยให้เลือดและลมปราณไหลเวียนดี ปรับประจำเดือน แก้ปวด รสเผ็ด อุ่น เข้าสู่เส้นลมปราณ: หัวใจ ตับ

-อิกกิม Yujin 郁金

ช่วยให้เลือดและลมปราณไหลเวียนดี ขับเสมหะ แก้ปวด รสเผ็ด ขม เย็น เข้าสู่เส้นลมปราณ: หัวใจ ตับ ถุงน้ำดี ปอด

-ตกอั๊ว Duhuo 独活

ขับลมชื้น แก้ปวด ขับเหงื่อ รสเผ็ด ขม อุ่นเล็กน้อย เข้าสู่เส้นลมปราณ: ตับ กระเพาะปัสสาวะ

-.งู่ฉิกยัง ถือว่าเป็นยากระจายเลือด มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ช่วยสลายลิ่มเลือด และยังช่วยบรรเทาอาการมือ-เท้าเป็นเหน็บชา เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น 6.นอกจากนี้ยังช่วยในการขับปัสสาวะ ขับนิ่ว แก้ปัสสาวะเป็นเลือด ช่วยลดความดันโลหิต แก้คอบวม เจ็บคอ ได้

 

คำเตือน : ผู้ที่เป็นหวัด และหญิงมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

3 กล่อง 30 แคปซูล 850 บาท

6 กล่อง 60 แคปซูล 1600 บาท

 

 

โรคเก๊าท์ เกิดจากร่างกายมีกรดยูริคมากเกินไป กรดยูริ

คเป็นสารที่เกิดการเผาผลาญของเพียวรีน ซึ่งมีมากใน

เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ถั่วต่าง ๆ และพืชผักยอดอ่อน

กรดยูริคจะถูกขับออกทางปัสสาวะ หากร่างกายมีการ

สร้างกรดยูริคมากเกินไป หรือไตขับยูริคได้น้อย เนื่อง

จากไตเสื่อมกรดยูริคจะตกผลึกตามข้อ ผนังหลอดเลือด

ไต และอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดการปวดข้อและโรค

แทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้ เช่นข้อพิการ นิ่วในไต นิ่ว

ในทางเดินปัสสาวะ กระดูกพรุน เป็นต้น

อาการของโรคจะ มีอาการปวดข้อรุนแรงอย่างเฉียบ

พลัน บวม แดง ร้อนตามข้อ และเจ็บ อาจรุนแรงจนถึง

กับเดินไม่ได้ จะมีอาการนี้เป็น ๆ หาย ๆ จะทิ้งช่วงระยะ

เวลาเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน หรือเป็นปีก็ได้ ซึ่งอาการ

ปวดอาจจะเป็นข้อเดียวหรือหลายข้อพร้อมกันก็ได้ ข้อที่

เป็นบ่อย เช่น ข้อเท้า ข้อหัวแม่เท้า หรือข้อหัวเข่า เนื่อง

จากอาการปวดตามข้อแล้ว อาจจะมีอาการของนิ่วใน

ทางเดินปัสสาวะ มีไข้ หนาวสั่น ใจสั่นอ่อนเพลีย หรือ

เบื่ออาหารร่วมด้วย

โรคเก๊าท์มักจะอยู่คู่กับ

1. โรคความดันโลหิตสูง

2.โรคเบาหวาน

3. โรคระบบหลอดเลือดหัวใจ

4. โรคไต

ทั้ง นี้เนื่องจากยาที่ใช้ในการรักษา เช่น ยาขับปัสสาวะ

ที่ใช้ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง แอลไฟรินที่ใช้ในผู้ป่วย

โรคหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น จะยับยั้งกระบวนการ

ขับยูริคออกจากร่างกายและทำให้ไตเสื่อมลงอย่างรวด

เร็ว ผลที่ตามมาคือการขับกรดยูริคน้อยลง จึงเพิ่มความ

รุนแรงของโรคเก๊าท์

วิธีการรักษาแบบองค์รวมของการแพทย์จีน

ขจัดพิษของลมและร้อน-ชื้น ที่เป็นต้นเหตุสำคัญของ

โรคเก๊าท์ให้ออกร่างกายเพื่อหยุดยั้งการลุกลามของ

โรค สลายเลือดคลั่งบริเวณข้อ กระตุ้นการไหลเวียน

ของโลหิต เพื่อลดการอักเสบและการปวด จึงบรรเทา

อาการตึงร้อน บวมและแดงบริเวณข้อ ขับปัสสาวะเพื่อ

การขับกรดยูริคออกจากร่างกายให้มากขึ้น อาการของ

โรคเก๊าท์จึงค่อย ๆ ทุเลาลง หรืออาจหายไปในที่สุด

รักษากระดูกงอกตามอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย เช่น

กระดูกสันหลัวบริเวณเอวงอก เส้นเอ็น ไขสันหลังตีบ

รอบหัวไหล่อักเสบ กระดูกคออักเสบ โรครูมาทิสซัม

บำบัดให้ปุ่มกระดูกอ่อนตัวและหดเล็กลง จำกัดกระดูก

ส่วนเกินที่ไปกอทับเส้นประสาท และบำบัดส่วนที่ถูก

ทำลายให้กลับคืนสู่สภาพปกติ ไม่ทำลายตับไต และ

อวัยวะส่วนอื่น

โรคเก๊าท์มักจะอยู่คู่กับ

1. โรคความดันโลหิตสูง

2.โรคเบาหวาน

3. โรคระบบหลอดเลือดหัวใจ

4. โรคไต

ทั้ง นี้เนื่องจากยาที่ใช้ในการรักษา เช่น ยาขับปัสสาวะ

ที่ใช้ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง แอลไฟรินที่ใช้ในผู้ป่วย

โรคหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น จะยับยั้งกระบวนการ

ขับยูริคออกจากร่างกายและทำให้ไตเสื่อมลงอย่างรวด

เร็ว ผลที่ตามมาคือการขับกรดยูริคน้อยลง จึงเพิ่มความ

รุนแรงของโรคเก๊าท์

วิธีการรักษาแบบองค์รวมของการแพทย์จีน

ขจัดพิษของลมและร้อน-ชื้น ที่เป็นต้นเหตุสำคัญของ

โรคเก๊าท์ให้ออกร่างกายเพื่อหยุดยั้งการลุกลามของ

โรค สลายเลือดคลั่งบริเวณข้อ กระตุ้นการไหลเวียน

ของโลหิต เพื่อลดการอักเสบและการปวด จึงบรรเทา

อาการตึงร้อน บวมและแดงบริเวณข้อ ขับปัสสาวะเพื่อ

การขับกรดยูริคออกจากร่างกายให้มากขึ้น อาการของ

โรคเก๊าท์จึงค่อย ๆ ทุเลาลง หรืออาจหายไปในที่สุด

รักษากระดูกงอกตามอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย เช่น

กระดูกสันหลัวบริเวณเอวงอก เส้นเอ็น ไขสันหลังตีบ

รอบหัวไหล่อักเสบ กระดูกคออักเสบ โรครูมาทิสซัม

บำบัดให้ปุ่มกระดูกอ่อนตัวและหดเล็กลง จำกัดกระดูก

ส่วนเกินที่ไปกอทับเส้นประสาท และบำบัดส่วนที่ถูก

ทำลายให้กลับคืนสู่สภาพปกติ ไม่ทำลายตับไต และ

อวัยวะส่วนอื่น หรือสั่งซื้อเกร็กซีทานได้ค่ะ

 

โรคเก๊าท์ 

        ”โรคเก๊าท์” เป็นอาการผิดปกติของร่างกายอันเนื่องมาจากการกินชนิดอิ่มหมีพีมันเกินไป กินดีอยู่ดีเกินไป และไม่ค่อยไม่ออกกำลังกาย ส่วนใหญ่มักจะเกิดกับผู้ชายในวัยประมาณ 40 ปี แต่ถ้าเกิดในผู้หญิงมักจะพบในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนแล้ว

 

            สาเหตุของโรคเก๊าท์

 

 

        เกิดจากกระบวนการใช้ และขับถ่ายสารพวกพิวรีนของร่างกายผิดปกติไป พิวรีนเป็นธาตุอาหารที่พบได้ในเนื้อสัตว์ ข้าวสาลี เครื่องในสัตว์ (ตับ, เซี่ยงจี้) เป็นต้น ซึ่งจะถูกย่อยจนกลายเป็นกรดยูริค และจะขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ ในคนปกติกรดยูริคจะถูกสร้างขึ้นในอัตราช้าพอที่ไตจะขับออกได้หมดทันกับการสร้างขึ้นพอดี สำหรับบางรายที่กรดยูริคถูกสร้างขึ้น แต่ไตทำหน้าที่ขับถ่ายออกมาได้ช้า หรือเร็วก็ตามจะทำให้เกิดการสะสมของกรดยูริคมากขึ้นในร่างกาย เป็นสาเหตุให้เกิดการเจ็บปวดอย่างรุนแรงในข้อกระดูกหรือรอบ ๆ ข้อกระดูก โรคนี้สามารถถ่ายทอดกันได้ทางกรรมพันธุ์

 

เก๊าท์มีอาการอะไรบ้าง ?

เก๊าท์จะมีอาการร่วมกันหลายอย่างดังนี้

  1. เจาะเลือดพบกรดยูริคสูงกว่าปกติ ค่าปกติไม่เกิน 8 มก./ดล.
  2. ข้ออักเสบมีอาการปวด บวม แดงร้อนบริเวณข้อ มักเป็นรุนแรงเป็นๆ หายๆ เป็นได้กับทุกข้อ แต่พบมากที่ข้อหัวแม่เท้า
  3. พบนิ่วของระบบทางเดินปัสสาวะ
  4. พบก้อนขาวคล้ายหินปูนเรียกว่า โทไฟ (TOPHI) เกิดจากการสะสมของผลึกยูเรต (URATE) ซึ่งเกิดจากการตกตะกอนของกรดยูริค (URIC ACID) ในเนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น เส้นเอ็น กระดูกอ่อน (พบบ่อยที่หู) หรือตามข้อต่างๆ

ผู้ป่วยที่เป็นโรคเก๊าท์เกือบทุกราย จะมีกรดยูริคในเลือดสูงร่วมกับอาการดังกล่าวข้างต้น ผู้ที่เจาะเลือดแล้วพบว่ามีกรดยูริคในเลือดสูง แต่ไม่มีอาการปวดข้อ หรือเจาะข้อไม่พบผลึกของเกลือยูเรตในน้ำ และไขข้อไม่ควรเรียกว่า โรคเก๊าท์ อาจจะเป็นแค่กรดยูริคในเลือดสูงเท่านั้น

ทำอย่างไรจึงจะทราบว่าเป็นโรคเก๊าท์ ?

  1. เมื่อมีอาการปวดข้อควรไปพบแพทย์ เพื่อซักประวัติโดยอาศัยอาการหลายๆ อย่างร่วมกัน เช่น มีอาการอักเสบของข้ออย่างเฉียบพลัน มักเป็นที่หัวแม่เท้า เป็นๆ หายๆ พร้อมกับเจาะเลือดดูกรดยูริค ถ้าสูงมากกว่า 8 มก./ดล. ถือว่าผิดปกติ เมื่อให้ยาบางชนิดไปรับประทานอาการปวดข้อก็จะหายไปภายใน 48 ชั่วโมง
  2. เจาะน้ำไขข้อมาตรวจดูผลึกเกลือยูเรต (MONOSODIUM URATE)
  3. เอกซเรย์ข้อที่ปวด

 

โรคเก๊าท์รักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ?

โรคเก๊าท์รักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่สามารถควบคุมโรคนี้ได้ โดยการรักษาการอักเสบของข้อ พักการใช้ข้อที่ปวด พร้อมกับรับประทานยาป้องกันโรคแทรกซ้อนด้วยการควบคุมอาหาร รับประทานอาหารที่มีพิวรีนให้น้อยลง ในรายที่มีนิ่วของระบบทางเดินปัสสาวะ ต้องผ่าตัด และรับประทานยาตามแพทย์สั่ง

ถ้าไม่รักษาจะเกิดผลเสียอย่างไร? ถ้าไม่รักษาจะเกิดผลดังนี้

  1. ปวดข้อเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ ต้องทุกข์ทรมานจากการปวดข้อ
  2. ข้อพิการจากการมีผลึกยูเรตตามเนื้อเยื่อต่างๆ และตามข้อ ทำให้มีปุ่มก้อนตามตัว
  3. เกิดนิ่วของระบบทางเดินปัสสาวะและไตวายถึงแก่ชีวิตได้
  4. โรคหรือภาวะร่วมจะมีอาการรุนแรงมากขึ้น เช่น อ้วน ความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ

 

การรักษาโรคเก๊าท์ทำอย่างไร ?

ปัจจุบันมีการรักษาโรคเก๊าท์ ดังนี้

  1. ขั้นแรก ถ้ามีอาการอักเสบของข้อต้องรีบรักษาโดยให้ยาลดการอักเสบ
  2. ให้ยาลดกรดยูริคเพื่อป้องกันอาการกำเริบของข้ออักเสบ
  3. รักษาโรคหรือสภาวะร่วมที่อาจจะมี เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะกรดยูริคสูงขึ้น
  4. รักษาโรคหรือสภาวะร่วมที่อาจจะมี เช่น โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะกรดยูริคสูงขึ้น

เมื่อเป็นโรคเก๊าท์ควรปฏิบัติตนอย่างไร ?

ข้อควรปฏิบัติเมื่อเป็นโรคเก๊าท์หรือภาวะมีกรดยูริคในเลือดสูง

  1. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาล
  2. ควบคุมอาหารโดยงดรับประทานอาหารที่ทำให้กรดยูริคสูง เช่น เครื่องในสัตว์ทุกชนิด สัตว์ปีกทุกชนิด ยอดผักบางชนิด เช่น ยอดกระถิน ชะอม แตงกวา
  3. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และเบียร์ เพราะอาจจะทำให้การสร้างกรดยูริคสูงขึ้น และการขับถ่ายกรดยูริคทางไตน้อยลง

ปัจจัยกระตุ้นโรคเก๊าท์

  • กินอาหารชนิดที่มีสารพิวรีนมาก  เช่น  สัตว์ปีก  เครื่องในสัตว์
  • การดื่มเหล้าและเบียร์
  • ยาบางชนิด  เช่น ยาลดความดันโลหิตบางตัว  ทำให้กรดยูริคสูงในเลือด
  • ปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ  ได้แก่  บาดเจ็บ  หลังผ่าตัดใหม่ๆ  ความเครียด  เป็นต้น

 

การวินิจฉัย และการตรวจเพิ่มเติม

  • เจาะน้ำในข้อไปตรวจ   วิธีนี้นอกจากจะเป็นวิธีการตรวจยืนยันที่ดีที่สุดแล้ว  ยังช่วยวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆได้อีกด้วย
  • เจาะเลือดตรวจระดับกรดยูริคว่าสูงกว่าปกติหรือไม่
  • x-ray ข้อที่มีอาการปวด  เพื่อดูความผิดปกติในภาพรังสี

 

การป้องกันโรคเก๊าท์

  • หลีกเลี่ยงการดื่มเบียร์และเหล้า
  • ดื่มน้ำมากๆ
  • กินยาตามแพทย์สั่ง  ผู้ป่วยบางรายอาจต้องกินยาตลอดชีวิต
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารดังต่อไปนี้ :  หัวใจไก่  ตับไก่  กึ๋นไก่  เซ่งจี้หมู  ตับหมู  ไต  ตับอ่อน  มันสมองวัว  เนื้อไก่  เนื้อเป็ด  ห่าน  ไข่ปลา  ปลาดุก  ปลาไส้ตัน  ปลาอินทรีย์  ปลาซาร์ดีน  กุ้งชีแฮ้  หอย  น้ำสกัดเนื้อ   น้ำต้มกระดูก  น้ำซุปต่างๆ  ซุปก้อน  ยีสต์  เห็ด ถั่วดำ  ถั่วแดง  ถั่วเขียว  ถั่วเหลือง  กระถิน  ชะอิม  กะปิ

สรุป

เก๊าท์เป็นโรคปวดข้อชนิดหนึ่งสามารถถ่ายทอดได้ทางกรรมพันธุ์ รักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่สามารถควบคุมไม่ให้เกิดความพิการของข้อหรือนิ่วได้

 

Posted in ยาเกร็กซี | Tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , | Comments Off